แหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้วิชาของแผ่นดิน

แหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้วิชาของแผ่นดิน

นางจารุรัฐ จงพุฒิศิริ ผู้อำนวย    การสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า ในโอกาสย่างก้าวปีที่ 15 ของพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พิพิธภัณฑ์ฯ ได้ทำการปรับปรุงและพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน เน้นการเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้วิชาของแผ่นดินให้แก่ประชาชนมากขึ้น เพื่อจะได้นำวิชาชีพเหล่านั้นไปประกอบอาชีพและสร้างรายได้ให้กับครอบครัว

“ในหลวงของเราทรงทำนา เกี่ยวข้าวและมีที่นาของพระองค์เองในสวนจิตรลดา พระองค์เป็นถึงพระมหากษัตริย์แต่ยังคงให้ความสำคัญในการทำนา การทำเกษตรนับเป็นแบบอย่างที่ดีกับคนไทยและเกษตรกรไทย” นางจารุรัฐ กล่าวผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ เปิดเผยด้วย       ว่า จากแนวทางดังกล่าวทุก ๆ เสาร์และอาทิตย์สัปดาห์แรกของเดือนทางพิพิธ ภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จึงจัด “ตลาดนัดองค์ความรู้เศรษฐกิจพอเพียง” ขึ้น ซึ่งตลาดนัดดังกล่าวจะมีความแตกต่างจากตลาดนัดอื่น ๆ คือ เป็นตลาดนัดองค์ความรู้และการเรียนรู้ด้านเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ที่สามารถมาเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง รู้จริง ทำจริง ได้ผลจริงทุก ๆ เดือนจะมีเครือข่ายพิพิธภัณฑ์การเกษตร ที่เป็นเครือข่ายทางวิชาการมาถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพึ่งตนเอง มีการจัดอบรมวิชาของแผ่นดิน 8 หลักสูตรและฐานเรียนรู้ด้านการเกษตร 4 ภูมิภาค ซึ่งบุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นเกษตรกรที่น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติใช้ในพื้นที่ของตนเองและได้ผลจริงแล้วนำมาถ่ายทอด
นอกจากนี้ก็ยังมีเครือข่ายพิพิธภัณฑ์การเกษตรทั่วประเทศทั้ง 4 ภูมิภาค กว่า 80 ร้านค้า มาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหลักสูตรต่าง ๆ ซึ่งแต่ละหลักสูตรจะอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจได้โดยง่าย อาทิ การทำผงนัวเป็นผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ผลิตจากผักพื้นบ้าน ที่ใช้แทนผงชูรสที่รู้จักกันทั่ว ๆ ไปได้ จะมีการสาธิตโดยเครือข่ายอินแปง จ.สกลนคร การทำบัวลอยสีจากสมุนไพรและผักพื้นบ้าน โดยกลุ่มเกษตรอินทรีย์อำเภอสนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา

พร้อมกันนี้ก็ยังมีเครือข่ายพิพิธภัณฑ์การเกษตรมาแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตร ผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพที่เน้นวิถีการผลิตแบบพึ่งตนเอง มาจำหน่ายในราคายุติธรรมอีกด้วย และนอกจากตลาดนัดองค์ความรู้แล้วก็ยังมี “ฐานการเรียนรู้” ที่มุ่งเน้นการเกษตรตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาจัดแสดงอีกด้วย อาทิ ฐาน 1 ไร่พอเพียง ซึ่งจะสาธิตวิถีเกษตรแบบพึ่งตนเอง เช่น การทำนา ปลูกผัก สมุนไพร ไม้ผล เพาะเห็ด เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ หมูหลุม การทำปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ การทำบ้านดิน การใช้โซลาร์เซลล์ต้นทุนต่ำเพื่อผลิตไฟฟ้าในบ้านเรือนและการเกษตร การทำเตาแก๊สชีวภาพ เป็นต้น

หรือฐานเกษตรพอเพียงเมือง จะนำเสนอต้นแบบเกษตรสำหรับคนเมืองที่มีพื้นที่น้อย เพื่อการพึ่งตนเองในการผลิตอาหารปลอดสารพิษ ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มพื้นที่สีเขียวและช่วยลดโลกร้อน เช่น การปลูกผักในบ่อซีเมนต์ การปลูกข้าวในบ่อซีเมนต์ การปลูกพืชบนดาดฟ้า การนำขยะในครัวเรือนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ฐานมหัศจรรย์เกษตรไทย เป็นการนำเสนอความรู้แปลกใหม่ทางการเกษตรที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ เช่น การปลูกข้าวในบ่อซีเมนต์วงใหญ่ มะละกอตอนกิ่ง ปลูกผักในน้ำ และฐานนวัตกรรมที่อยู่อาศัย ที่เป็นการนำเสนอบนฐานความคิดของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ มาสร้างเป็นที่อยู่อาศัย ง่ายและประหยัด ตลอดถึงฐาน 9 ไร่ 9 แสน ที่เน้นการประยุกต์ใช้เกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำมาพัฒนาในพื้นที่แปลงขนาดเล็ก ด้วยการทำเกษตรแบบผสมผสานและเทคโนโลยีสรรพสิ่งอะตอมมิคนาโน

ส่วนตลาดนัดประจำเดือนกรกฎาคมนี้ จะเป็น“ตลาดนัดเศรษฐกิจพอเพียง” ที่เน้นองค์ความรู้เกี่ยวกับ “มหัศจรรย์ผักพื้นบ้าน” สามารถเข้าเยี่ยมชมและฝึกอบรมวิชาชีพด้านต่าง ๆ ที่  เปิดการอบรมฟรี ในระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2555 นี้ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-2529-2212-13 ในวันและเวลาราชการ.

ที่มา : ข่าวเกษตรเดลินิวส์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *