
เหตุใดโรงเรือนที่ต่าง ๆ จึงแตกต่างกัน
ทำไมโรงเรือนต้องสูงเท่านี้
ทำไมโรงเรือนถึงต้องมีมุ้ง
ทำไมบางโรงเรือนเปิดโล่ง
ใครเป็นคนกำหนดลักษณ์โรงเรือน
บทความจะพาท่านท่องในความเป็นเหตุและเป็นผลต่างๆ เพื่อให้ท่านเข้าใจและสามารถออกแบบโรงเรือนของท่านเองได้ โดยยึดหลัก
“ความใหญ่ของโรงเรือนเป็นเรื่องรอง สูตรการปลูกต่างหากที่สำคัญ”
เพราะ เรา #kongsawat เป็นผู้ชำนาญเรื่องพลาสติกโรงเรือน และจำหน่ายพลาสติกโรงเรือนมากกว่า 10 ปี
(รูป)
โรงเรือน – greenhouse โรงแรกของโลก ถูกบันทึกไว้ 30 ปี ก่อนคริสต์ศักราช (พ.ศ. 513) สมัยจักรพรรดิติแบริอุส (Tiberius) เนื่องจากองค์จักรพรรดิ์ต้องบริโภคแตงกวา (Cucumber) ทุกวันตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อปลูกแตงกวา(นอกฤดู)ให้ได้ตลอดทั้งปี จึงมีการสร้างโรงเรือนจากหินโปร่งแสง (กลุ่มแร่ไมกา : Mica)
นี่คือ ตัวอย่างการมีวัตถุประสงค์ก่อนที่จะสร้างโรงเรือน และรู้ว่าจะสร้างโรงเรือนไปเพื่ออะไร
ย้อนกลับมาดูว่าต้องพิจารณาอะไรบ้างสำหรับโรงเรือนของเราเอง
(รูป)
ต้องรู้ก่อนว่าสภาพอากาศในที่ของเราเป็นอย่างไร
- หน้าร้อน ร้อนสุดแค่ไหน กี่องศา
- หน้าฝน ฝนตกแค่ไหน กี่มิลลิเมตร
- หน้ามรสุม ลมแรงแค่ไหน กี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- หน้าหนาว หนาวแค่ไหน กี่องศา
สิ่งเหล่านี้มีผลต่อโรงเรือนเป็นอย่างมาก
- ถ้าลมแรง โครงสร้างไม่แข็งแรงก็อาจเสียหายได้ ควรใช้พลาสติกหนาขึ้น
- ถ้าลมไม่แรง โครงสร้างที่มากเกินไปก็เปลื้องงบก่อสร้าง
- อากาศร้อน ก็ต้องเตรียมโครงเผื่อมีแสลน หรืออุปกรณ์อื่นๆเพิ่มเติม
- อากาศไม่ร้อน เตรียมไว้ไม่ได้ใช้ ก็เปลืองงบก่อสร้าง

เมื่อรู้สภาพอากาศโดยรอบของเราแล้ว ถัดไปจะเป็น
เป้าหมายพืชที่จะปลูก
เช่น ต้องการปลูกมะเขือเทศพันธ์ุหนึ่ง ต้องมีอากาศกลางวันไม่เกิน 35 องศา และต้องการผลผลิตในฤดูร้อน
แล้วต้องออกแบบโรงเรือนอย่างไร จึงจะสามารถทำให้ผลแบบนั้น
วิธีการที่ทำให้อากาศช่วงกลางวันไม่สูงมาก ทำโรงเรือนที่ระบายอากาศได้ดี
- โรงเรือน ก.ไก่ หรือ โรงเรือนเปิดข้าง
- ใช้พลาสติกที่ตัดแสงอินฟาเรดได้
- เปิดพัดลม หรือ พัดลมไอน้ำ
- ทำโรงเรือนโครงสูง ให้อากาศถ่ายเทดีขึ้น
- ติดตั้งแสลนในโรงเรือน
- ฉีดน้ำเหนือหลังคาด้านนอกโรงเรือนบางช่วง
- ฯลฯ
- หรือ ต้องการโรงเรือนแค่ป้องกันฝน การออกแบบโรงเรือนที่เป็นโครงสำหรับติดตั้งพลาสติก ก็เพียงพอแล้ว
(รูป)
กลับมาทบทวนอีกครั้งว่าเราต้องการโรงเรือนเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เช่น
- เราใช้โรงเรือนปลูกพืชเป็นงานอดิเรก
- เราใช้โรงเรือนเพื่อการพาณิชย์
เพราะ 2 วัตถุประสงค์ดังกล่าวจะแตกต่างกันมาก เช่น
- ขนาดของโรงเรือน วัสดุที่ใช้
- ความเสียหายของพืชที่รับได้ ความแน่นอนของผลิต
(รูป)
เมื่อได้โรงเรือนมาแล้ว
โรงเรือนนี้มีความต้องการอื่นที่โรงเรือนนี้สามารถทำได้ด้วยไหม
เช่น เป็นที่พักผ่อน เป็นการตกแต่ง และเป็นที่ท่องเที่ยว ปลูกพืชผสมเลี้ยงสัตว์ (แมลง) ในโรงเรือน ทำเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้
การออกแบบก็จะแตกต่างกัน เช่น
- ถ้าต้องการเป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็จะมีการออกแบบเพื่อความสวยงามควบคู่ไปด้วย
- ถ้าทำเป็นแหล่งเรียนรู้ก็มีการเผื่อที่ ทำทางเดินเพื่อให้เข้าชมได้สะดวก
- ถ้าทำเพื่อการพานิชย์ ก็จะออกแบบให้อุปกรณ์ต่าง ๆ เคลื่อนย้ายได้สะดวก
เป็นต้น

เราสามารถเข้าไปดูโรงเรือนได้ทุกวันไหม ถ้าเรามีวันหยุดยาวที่ต้องไปที่ไกล ๆ แล้วไม่ได้เข้ามาดูจะทำอย่างไร
จึงเป็นที่มาของตัววัดสภาพต่าง ๆ ของโรงเรือน และระบบอัตโนมัติต่าง ๆ เพื่อช่วยให้การทำโรงเรือนใช้แรงงานน้อยลง และมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น
ปัจจุบันอัตราค่าแรงในบ้านเราสูงขึ้นเรื่อย อุปกรณ์อัตโนมัติต่าง ๆ จึงมีความคุ้มค่ามากขึ้น เมื่อเทียบกับค่าแรงในระยะยาว

ส่วนสุดท้าย คือ เรื่องของ “งบประมาณ” ที่จะสรรสร้างความคิดเราเป็นจริงขึ้นมาได้ แต่ใจความสำคัญของโรงเรือนไม่ใช่เรื่องของเงิน ไม่งั้นคนที่มีเงินมากๆ ก็ต้องทำโรงเรือนสำเร็จไปหมดแล้ว ซึ่งนั้นไม่ใช่ความจริง ใจความสำคัญอยู่ที่ประโยคนี้
“ความใหญ่เล็กของโรงเรือนเป็นเรื่องรอง สูตรการปลูกต่างหากที่สำคัญ”
เมื่อทดลองเล็ก ๆ สำเร็จ มีสูตรที่ลงตัว ค่อยขยายไปตามกำลังเป็นขนาดที่ใหญ่ขึ้น เพื่อการพาณิชย์ต่อไป
และเพื่อสำหรับท่านที่มีงบไม่มาก เรายังยืนยันว่า “ท่านสามารถมีโรงเรือนได้” โดยเริ่มจากขนาดเล็ก ๆ ประยุกต์ใช้วัสดุเหลือใช้ เพื่อทดลองสูตรการปลูก การให้น้ำ การให้ปุ๋ย
ซึ่งเรามีตัดพลาสติก และมุ้งไนล่อน แบ่งจำหน่าย สำหรับท่านที่ต้องการเริ่มต้นในราคาที่ทุกท่านจับต้องได้




